โรคกระดูกทับเส้น

โรคกระดูกทับเส้น

 โรค

           โรคกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยด้วยอาการปวดหลัง ปวดขา และเดินได้ในระยะสั้นลงเรื่อยๆ อาการกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่เพิ่มมากขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง 

          โรคนี้มักเกิดกับผู้สูงอายุเนื่องจากการเสื่อมสภาพของข้อกระดูกสันหลังจนทรุดตัวทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างกระดูกงอก หรือหินปูนขึ้นเพื่อต้านการทรุดตัวและไปกดทับเส้นประสาท หรือบางครั้งอาจเกิดจากการที่หมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท นพ กล่าวว่าการรักษาโรคกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แพทย์จะให้การดูแลตามสภาพอาการโดยไล่ระดับไปตั้งแต่แนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ควบคู่ไปกับการกินยาแก้ปวด ใส่เสื้อรัดเอว และการออกกำลังกายในช่วงที่ยังเป็นไม่มากนัก แต่หากอาการหนักขึ้นมาอีกก็ต้องทำกายภาพบำบัด หากยังไม่หายก็ต้องพิจารณาฉีดยาเข้าช่องประสาทไขสันหลัง หรือทำการผ่าตัดรักษา ในการผ่าตัดรักษาหลายครั้งที่แพทย์อาจทำการตัดกระดูกที่กดทับเส้นประสาท หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หลายๆ ข้อออก แล้วต้องใช้โลหะที่ทำจากไททาเนียมดามกระดูกระหว่างข้อเพื่อให้กระดูกสันหลังเกิดความมั่นคงไม่ยุบตัวลง วิธีนี้แม้จะให้ผลดีอาการปวดหายได้เร็ว แต่ต้องใช้เวลาในการผ่าตัดนาน และต้องติดตามผลการรักษาจนกว่ากระดูกจะติดอีกหลายเดือน นอกจากนี้ยังอาจพบปัญหาข้อที่อยู่สูงถัดจากข้อที่เชื่อมแล้วมีอาการเสื่อมเร็วกว่าปกติ ดังนั้น หากการผ่าตัดไม่มีความจำเป็นต้องใส่โลหะไททาเนียม ศัลยแพทย์ควรเลือกการผ่าตัดที่ไม่ใส่โลหะมากกว่า” ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันโรงกระดูกสันหลังกรุงเทพกล่าว ด้วยประสบการณ์ในการรักษาโรคกระดูกทับเส้น หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มานานทำให้ สังเกตเห็นถึงปัญหาดังกล่าวและได้แนะนำเทคนิคการผ่าตัดรักษาที่เรียกว่า Microdecompression มาใช้ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผลเล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์และไม่ใส่โลหะ แพทย์จะกรอกระดูกส่วนที่กดทับ หรือเบียดเส้นประสาท ซึ่งเป็นการแก้ไขเฉพาะตรงจุดที่เป็นปัญหา โดยไม่ต้องตัดเอากระดูกออกมาทั้งหมด และทำให้หลีกเลี่ยงการใช้โลหะได้ กระดูกที่เหลือยังสามารถยึดตัวแน่นหนาไม่หลวมคลอนและเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายจากการใส่โลหะดามกระดูกไปได้มาก นอกจากนี้ การผ่าตัดด้วยเทคนิค Microdecompression ยังมีข้อดีตรงที่แผลผ่าตัดเล็กกว่าการผ่าตัดธรรมดาจากแผล 5-8 เซนติเมตร เหลือเพียง 2 – 3 เซนติเมตรจึงทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วและเจ็บน้อยอีกด้วย หมอนรองกระดูกสันหลังตรงข้อด้านล่างของกระดูกเอว เป็นจุดที่มีความเสื่อมสูงสุดตามสถิติ และพบการกดทับของเส้นประสาทได้บ่อย รวมถึง หมอนรองกระดูกสันหลังที่คอ ที่มีโอกาสเสื่อมมากเช่นกันจากการใช้งานหนัก ทั้งนี้ หากหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ยุบตัวลงมา แต่ไม่กดทับ เส้นประสาท ผู้ป่วยก็อาจจะไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด เช่นเดียวกัน หากหมอนรองกระดูกยังไม่เสื่อม แต่บังเอิญไปกดทับเส้นประสาท ก็จะมีอาการ เจ็บปวดตามมา ส่วนใหญ่โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทจะเกิดกับคนไข้ 2 กลุ่ม ที่พบบ่อยคือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มมีความเสื่อมของ กระดูกสันหลัง หรือ หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมอยู่แล้ว พอออกแรง หรือใช้แรงเบ่งมากๆ อาจทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังแตกออกมากดทับ เส้นประสาทได้ในทันที เราเรียกว่า โรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทชนิดเฉียบพลัน อีกกลุ่มคือ กลุ่มวัยหนุ่มสาวที่มี Activity มากๆ ชอบออกกำลังกายหนักๆ โลดโผน หรือเคยมีอุบัติเหตุ ย่อมมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บของ หมอนรองกระดูกสันหลังได้ง่ายกว่า เปรียบเทียบง่ายๆ ฝาแฝด 2 คน เหมือนกันทุกอย่าง คนหนึ่งเรียบร้อย อีกคนชอบทำกิจกรรม เล่นบันจี้จัมพ์ อเมริกันฟุตบอล ในบั้นปลายของชีวิต คนที่มี Activity มากจะมีความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังมากกว่า อย่างไรก็ดี คนที่เรียบร้อย หากใช้งาน กระดูกสันหลังไม่ถูกต้อง เช่น เป็นพวกออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกสันหลังก็เสื่อมได้เช่นกัน แต่ท้ายที่สุด หมอนรองกระดูกสันหลังของทุกคน ก็ต้องเสื่อมสภาพอยู่แล้ว แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

     ส่วนใหญ่แล้ว อาการกระดูกทับเส้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นหากผู้ป่วยได้พักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานยาบรรเทาอาการของโรค ซึ่งจะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1-3 เดือน อย่างไรก็ตาม วิธีรักษากระดูกทับเส้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกเคลื่อน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *